Creative Commons License
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
    กระทรวงศึกษาธิการ
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

  • การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44

  • กรุงเทพฯ

  • 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549

  • กรุงเทพฯ

  • หน้า 32-41

  • 828 หน้า

  • ไทย

  • Thai National AGRIS Centre, Office of The University Library Kasetsart University, P.O. BOX 1084 Kasetsart Chatuchak, Bangkok 10903, Thailand

  • F07-การเขตกรรม

  • F30-ปรับปรุงพันธุ์พืช

  • Manihot esculenta;การไถพรวน;พันธุ์;ผลผลิต;ประเทศไทย

  • Manihot esculenta;Tillage;Varieties;Yields;Thailand

  • มันสำปะหลัง;การเตรียมดิน;พันธุ์;ผลผลิต;จ.นครราชสีมา;จ.ฉะเชิงเทรา

  • Cassava;Land preparation;Nakhon Ratchasima provinces;Chachoengsao

  • มันสำปะหลังปลูกในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยทั่วไปใช้วิธีการเตรียมดินโดยการไถพรวนด้วยผาล 3 ตามด้วยการไถพรวนด้วยผาล 7 และยกร่องปลูก วิธีการเตรียมดินนี้ช่วยทำให้ดินร่วนซุย ไม่มีวัชพืช ปลูกง่าย อย่างไรก็ตามยังมีส่วนที่เป็นดินอัดแน่นในชั้นล่าง การทดลองนี้เพื่อหาผลของวิธีการเตรียมดินต่าง ๆ ที่มีต่อผลผลิตมันสำปะหลัง 4 พันธุ์ ทำการทดลอง 2 สถานที่ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 ถึง 2004 ผลการทดลอง 3 ปี ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนามันสำปะหลังของมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย พบว่าวิธีการเตรียมดินและพันธุ์มันสำปะหลังให้ผลผลิตแตกต่างทางสถิติ วิธีการเตรียมดินด้วยการไถระเบิดดินล่างตามด้วยการไถสิ่วให้ผลผลิตหัวสดสูงสุด 3.45 ตัน/ไร่ รองลงมาเป็นวิธีการไม่เตรียมดิน ให้ผลผลิตหัวสด 3.26 ตัน/ไร่ ที่สถานีวิจัยเขาหินซ้อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า วิธีการเตรียมดินชนิดต่าง ๆ ให้ผลผลิตไม่แตกต่างทางสถิติ การเตรียมดินโดยการไถด้วยผาล 3 หนึ่งครั้ง ตามด้วยผาล 7 หนึ่งครั้ง และยกร่องขวางความลาดเทของพื้นที่ ให้ผลผลิตหัวสดสูงสุด 5.15 ตัน/ไร่ เทียบกับวิธีการไม่เตรียมดิน ให้ผลผลิตหัวสด 4.22 ตัน/ไร่ อย่างไรก็ตามทั้ง 4 พันธุ์ให้ผลผลิตหัวสดไม่แตกต่างทางสถิติยกเว้นเปอร์เซ็นต์แป้ง สำหรับต้นทุนที่ศูนย์วิจัยและพัฒนามันสำปะหลังพบว่า การไม่เตรียมดินลงทุน 1,624 บาท/ไร่ ให้กำไรสุทธิ 1,040 บาท/ไร่ สำหรับที่สถานีวิจัยเขาหินซ้อน วิธีการไถระเบิดดินล่างตามด้วยไถผาล 3 และผาล 7 ลงทุน 2,685 บาท/ไร่ ให้กำไรสุทธิ 2,112 บาท/ไร่

  • Cassava has been grown in Thailand for many years. Land is usually prepared by plowing with a 3-disk plow followed by a 7-disk harrow and ridging. This method of land preparation results in a very loose soil which is free of weeds and easy to plant. However, it has also led to the formation of a compacted subsoil or plowsole. A trial on alternative methods of land preparation was conducted at three sites from 2001 to 2004 to determine the effect of land preparation on the yields on four cassava varieties. The results average for 3 years at the Thai Tapioca Development Institute (TTDI) site, showed significant differences among tillage treatments in term of fresh root yield of the 4 cassava varieties. Using the subsoiler followed by chisel plow produced the highest fresh root yield of 3.45 t/rai and the highest net income, this was followed by the no-tillage treatment produced fresh root yield of 3.26 t/rai. At Khaw Hin Sorn Research Station of Kasetsart University, tillage treatments also had a significant effect on the fresh root yield. Using a 3-disk plow followed by 7-disk harrow and contour ridging tend to give highest fresh root yield of 5.15 t/rai as the no-tillage treatments produced fresh root yield of 4.22 t/rai. There were no significant differences in fresh root yields among the four cassava, but the starch content were significantly differences. At the TTDI site, on the third year production cost was 1,624 baht/rai of no-tillage which gave a highest net income of 1,040 baht/rai. While at the Khaw Hin Sorn site using tillage by subsoiler followed by a 3-disk plow and then a 7-disk harrow had the highest production cost of 2,685 baht/rai but gave the highest net income of 2,112 baht/rai.

  • [1] วัฒนะ วัฒนานนท์ (กรมวิชาการเกษตร สำนักผู้เชี่ยวชาญ)
    [2] เสาวรี ตังสกุล (กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่ ศูนย์วิจัยพืชไร่)
    [3] ปรีชา เพชรประไพ (มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย)
    [4] สมเจตน์ จันทวัฒน์ (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
    [5] นพศูล สมุทรทอง (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
    [6] เฮาเลอร์, ไรน์ฮาร์ด (กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรเขตร้อนนานาชาติ ประจำภาคพื้นเอเซีย)

  • [1] Watana Watananonta (Department of Agriculture, Bangkok (Thailand). Office of Senior Expert)
    [2] Saowaree Tangsakul (Department of Agriculture, Bangkok (Thailand). Field Crops Research Institute)
    [3] Preecha Phetprapi (Thai Tapioca Development Institute, Bangkok (Thailand))
    [4] Somjat Jantawat (Kasetsart University, Bangkok (Thailand))
    [5] Nopprasoon Samuthong (Kasetsart University, Bangkok (Thailand))
    [6] Howeler, Reinhardt (Department of Agriculture, Bangkok (Thailand). Centro International de Agricultura Tropical (CIAT) in Asia)

452 103

ไฟล์ดิจิทัล

Export

  ค้นเพิ่มเติม

วัฒนะ วัฒนานนท์ และคนอื่นๆ. (2549). วิธีการเตรียมดินชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อผลผลิตมันสำปะหลัง 4 พันธุ์
           ในเขตจังหวัดนครราชสีมาและฉะเชิงเทรา
.  กรุงเทพฯ:
           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
.


วัฒนะ วัฒนานนท์ และคนอื่นๆ. "วิธีการเตรียมดินชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อผลผลิตมันสำปะหลัง 4 พันธุ์
           ในเขตจังหวัดนครราชสีมาและฉะเชิงเทรา".  กรุงเทพฯ:
           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
.
           2549.

วัฒนะ วัฒนานนท์ และคนอื่นๆ. (2549). วิธีการเตรียมดินชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อผลผลิตมันสำปะหลัง 4 พันธุ์
           ในเขตจังหวัดนครราชสีมาและฉะเชิงเทรา
.  กรุงเทพฯ:
           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
.